มักกะโรนี

 หากจะให้กล่าวถึงหนังเทศที่กำลังครองตลาดอยู่ในปัจจุบันว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร ก็เห็นจะสรุปได้ว่า หนึ่ง เป็นอเมริกัน ด้วยเหตุที่ว่าทั้งคนสร้างและคนดูส่วนใหญ่เป็นอเมริกันหรือไม่ก็มีรสนิยมแบบอเมริกัน สอง เป็นหนังที่บรรจุเนื้อหาสารถที่มีรูปลักษณะของความรุนแรง ปัญหาทางเพศและยาเสพติด อันสะท้อนภาพของความเป็นจริงในยุคสมัยปัจจุบัน และสาม เป็นหนังที่เจือไปด้วยสีสันของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอันก้าวหน้า (ทั้งวิธีการสร้าง ตลอดรวมไปถึงเนื้อหาสารถ) แต่ก็ไม่ค่อยจะมั่นใจนักว่าอนาคตที่จะมาถึงจะสามารถแก้ปัญหาของมนุษย์อย่างเราๆ ได้
 
     ในกระแสธารของหนังตามที่ได้กล่าวถึงนี้ ยังมีหนังที่แสนจะธรรมดาแต่แสนที่จะวิเศษและอยากจะพูดถึงชื่ว่า มักกะโรนี ครับ
 
     โดยชื่อเราก็พอจะเดาออกนิดๆ แล้วว่า คงจะเป็นเกมอารมณ์ขันและเป็นอิตาเลี่ยน ครับ ตามความเห็นของผมแล้ว หนังอิตาเลี่ยน (ชั้นดี) มักจะมีความรู้สึกเกี่ยวกับความงามอย่างรุนแรง ตัวอย่างที่อาจจะยกมาแสดงให้เห็นก็อย่างเช่นหนังของวิสกองตี (Visconti) หนังของเฟลลินี่ (Fellini) ของแบร์โตลุคชี่ (Bertolucci) และของตาวิอานี่ (Taviani) เป็นต้น ในขณะเดียวกันหนังก็มักจะแทรกอารมณ์ขันอันเหลือเฟือแบบอิตาเลี่ยนฟาร์ซอยู่เสมอๆ และก็ในหนังเรื่องมักกะโรนีนี้ก็ประกอบไปด้วยคุณลักษณะสองอย่างนี้ ซึ่งในด้านความงดงามแม้จะเทียบไม่ได้กับบรรดาครูใหญ่ที่เอ่ยนามขังต้น แต่ในด้านความมีอารมณ์ขันแล้ว ก็มีอย่างครบถ้วนและเป็นอารมณ์ที่กินใจอย่างเหลือเกินครับ
 
     มักกะโรนีมีแกนเรื่องที่แสนจะธรรมดาอย่างที่บอกแหละครับ เรื่องเริ่มที่ตัวละครอเมริกันคนนั้นชื่อว่าโรเบิร์ต เทรเวน (แสดงโดยแจ็ค เลมม่อน) ซึ่งมีตำแหน่งใหญ่โตเป็นถึงรองประธานบริษัทผลิตเครื่องบินอเมริกัน เขาเดินทางมาที่เมืองเนเปิ้ลเพื่อธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องบินซึ่งทางอิตาลีต้องการจะซื้อเอาไว้ใช้งาน จู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนที่ชื่ออันโตนิโอ ยาซีเอลโล่ (แสดงโดยมาเชลโล่ มาสโตรยานี่) แวะเข้ามาหา อันโตนิโอเข้ามาหาเขาเหมือนอย่างคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมเสียเต็มประดา แต่โรเบิร์ตก็นึกไม่ออกเลยว่าอีตาชาวเนเปิ้ลที่แสนจะสามัญคนนี้เคยเป็นเพื่อนรักกับเขาเมื่อคราวไหน จนกระทั่งอันโตนิโอเท้าความว่า เขาก็คือน้องชายของมาเรียผู้ซึ่งเคยเป็น "แฟน" ของโรเบิร์ตเมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อคราวที่โรเบิร์ตยังเป็นจีไอผู้ซึ่งเข้ามาช่วยปลดปล่อยอิตาลีให้พ้นจากเงื้อมมือของพวกฟาสซิสต์ อันโตนิโอไม่ได้เล่าเรื่องเฉย แต่งัดรูปเก่าๆ ที่มีรอยยับตรงมุมมาให้ดู มันเป็นรูปของตัวโรเบิร์ตเองในชุดจีไอที่มีใบหน้าอันสดชื่นนั่งเคียงคู่กับมาเรียสมัยยังสาวๆ โรเบิร์ตเริ่มระลึกถึงวันเก่าๆ ได้บางส่วน แต่ก็คิดว่านั่นมันเป็นอดีตที่ตายไปแล้วนี่นา เขาเคยเขียนจดหมายถึงมาเรียเพียงสองฉบับเท่านั้น เมื่อกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนของเขา ซึ่งเขาก็ไม่ซ่อนความรู้สึกที่ว่านี้เลยแม้แต่น้อย อันโตนิโอจึงกลับไปด้วยความรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง แต่ก็ได้ลืมเอารูปเก่าๆ ใบนั้นกลับไปด้วย
 
     รุ่งเช้าโรเบิร์ตจึงสำนึกว่า เขาอาจจะแสดงความรู้สึกจนเกินกว่าเหตุและสิ่งที่อาจจะพอแก้ตัวได้ก็คือการเอารูปใบนั้นไปคืนให้กับอันโตนิโอซึ่งทำงานอยู่ที่กองจดหมายเหตุของเนเปิ้ล ระหว่างทาง ภาพความทรงจำเก่าๆ ได้ค่อยๆ ย้นกลับมาหาเขา และมันยิ่งมีชีวิตชีวาอย่างเต็มที่เมื่อแวะกลับไปที่โบสถ์เก่าๆ แห่งหนึ่ง ที่นั่น มาเรียสาวเคยนั่งยิ้มอย่างสดชื่นอยู่บนม้ายาวที่ทำด้วยปูน ผนังวาดเป็นลวดลายเถาองุ่นและไม้เลื้อยซึ่งรับกับซุ้มองุ่นจริงๆ ที่ปกแผ่ให้ความร่มเย็นอยู่บนซุ้มเหนือศีรษะ เมื่อมาถึงบ้านของอันโตนิโอเขาก็ต้องประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ดูเหมือนเพื่อนบ้านในละแวกนั้นได้ทักทายและให้การต้อนรับเขาเหมือนอย่างว่าเขาเป็นวีรบุรุษและเป็นคนที่พวกเขารู้จักสนิทสนมคุ้นเคยด้วยเป็นอย่างดี
About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน คุยกับหนัง คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s